TRIA News and Publications

Yoga for Prenatal โยคะสำหรับสตรีมีครรภ์

Thursday, May 3rd, 2012

โยคะช่วยให้เราพร้อมที่จะให้กำเนิดทารกออกมาอย่างปลอดภัยและแข็งแรง ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยให้ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโต มีสุขภาพดีตั้งแต่เริ่มต้นในครรภ์มารดา อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินอัตรา ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ป้องกันอาการปวดหลัง โยคะจะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด ช่วยทำให้สุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์ดีตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงหลังคลอดสมบูรณ์ที่สุด การฝึกท่าโยคะ การหายใจ ฝึกสมาธิ สำคัญมากเพราะเป็นการนำพลังชีวิต พลังธรรมชาติ เข้าไปถึงทารกในครรภ์ จุดประสงค์ของการฝึกโยคะในระยะตั้งครรภ์ 1. เพื่อกระตุ้นทุกอวัยวะ ทุกระบบในร่างกายให้ได้รับโลหิตไปหล่อเลี้ยงทั่วถึง ผลที่ได้ทำให้ร่างกายแข็งแรง คลายความเครียด 2. ฝึกกล้ามเนื้อเฉพาะที่ ช่วยในการคลอดบุตรให้คลอดได้ง่ายขึ้น 3. ช่วยทารกให้ได้รับโลหิตไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น ผลที่ได้รับคือ ทารกสมบูรณ์แข็งแรง เจริญเติบโตอย่างมีสมรรถภาพ 4. ช่วยให้ร่างกายของมารดาเกิดความกระปรี้กระเปร่าสดชื่น เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วก่อนคลอดและหลังคลอด สมาธิเป็นสิ่งที่สำคัญมากในระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เกิดพลังจิตที่เข้มแข็ง ส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์เป็นแม่ที่พร้อมให้ความรักความอบอุ่น กับบุตรของท่านตลอดไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือทำนัดเข้ารับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยคุณวางแผนโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวคุณได้ที่ Customer Care โทร. 02-660-2600 / 02-660-2602

Water exercise in Prenatal – การออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

Friday, April 27th, 2012

แม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นที่ยอมรับกันว่าการออกกำลังกายที่พอเหมาะ เป็นประโยชน์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ แต่การออกกำลังกายมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อมารดาและทารกในครรภ์ได้ดังนั้นแพทย์จึงมักแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ออกกำลังกายอย่างระมัดระวัง และเลือกออกกำลังกายด้วยวิธีที่ไม่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวขณะออกกำลัง (Non-weight bearing exercises) หรือ ต้องกระโดดโลดเต้นรุนแรง จนเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บได้ง่าย วิธีการออกกำลังกายดูจะให้ประโยชน์ในด้านต่างๆ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้ครบถ้วนในขณะที่ให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยแก่แม่และเด็กได้มากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การออกกำลังกายในน้ำ ประโยชน์ของน้ำ ต่อหญิงตั้งครรถ์คือ ในน้ำมีแรงดันที่จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้นโดยอัตโนมัติ เลือดที่มักจะคั่งอยู่ตามขาและเท้าของหญิงมีครรภ์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพอง จะไหลกลับสู่หัวใจได้โดยง่ายขึ้น และหัวใจจะส่งโลหิตออกไปเลี้ยงอวัยวะภายในต่างๆรวมทั้งที่มดลูกและรกมากขึ้นด้วยไตซึ่งได้รับเลือดไปเลี้ยงมากกว่าปกติทำให้ปัสสาวะมากขึ้น ช่วยลดอาการบวมน้ำตามมือและเท้าที่มักเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายในระหว่างการตั้งครรภ์ การออกกำลังกายของหญิงมีครรภ์ขณะอยู่ในน้ำสามารถทำได้โดยง่ายเพราะแรงพยุงตัวของน้ำทำให้หญิงมีครรภ์ไม่ต้องพะวงอยู่กับการทรงตัวเหมือนการออกกำลังกายบนบกทำให้สามารถเคลื่อนไหวลำตัว และแขนขาได้มากกว่าและอาจออกกำลังด้วยท่าต่างๆหลายท่าที่ไม่อาจทำได้ขณะออกกำลังบนบก คุณสมบัติของน้ำประการหนึ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับการออกกำลังกายคือแรงต้านทานของน้ำซึ่งทำให้การออกกำลังมีลักษณะเหมือนการเคลื่อนไหวแบบ Slow Motion แรงต้านทานมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อต่างๆ และแรงต้านทานของน้ำมีลักษณะพิเศษซึ่งเป็นที่เป็นประโยชน์มาก เนื่องจากเป็นแรงต้านทานต่อการเคลื่อนไหวในทุกทิศทาง ขนาดแรงต้านทานนี้จะมีมากหรือน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับความแรงในการออกกำลัง และเป็นไปโดยอัตโนมัติ คุณสมบัติเช่นนี้ทำให้กล้ามเนื้อทุกมัดได้รับการบริหารอย่างทั่วถึงมีโอกาสบาดเจ็บน้อย ทำให้ร่างกายสมส่วนและเพรียว ( Streamline ) สำหรับหญิงมีครรภ์สามารถนำคุณสมบัติเรื่องความต้านทานของน้ำมาเป็นประโยชน์สำหรับใช้บริหารร่างกายเฉพาะส่วน เพื่อสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อบริเวณหลัง หน้าท้อง อุ้งเชิงกราน และต้นขา ป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลัง หน้าท้องลายหลังคลอด หรือกล้ามเนื้อกระบังลมหย่อนยานได้เป็นอย่างดี จากคุณสมบัติของน้ำข้างต้น และปัญหาของการตั้งครรภ์ การจัดโปรแกรมออกกำลังกายในน้ำที่จะเป็นประโยชน์สำหรับหญิงตั้งครรภ์จึงควรมีลักษณะดังนี้ สร้างความแข็งแรงและทนทานให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะระบบไหลเวียนโลหิต เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมสำหรับการคลอด และสามารถกลับสู่สภาพปกติได้รวดเร็ว สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วน เช่น กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่อุ้งเชิงกราน [...]

การออกกำลังกายกับโรคทางพันธุกรรม

Friday, April 27th, 2012

ลักษณะการใช้ชีวิตของเราปัจจุบัน ส่งเสริมและเสี่ยงต่อการเกิดโรคด้านหลอดเลือดและพันธุกรรม โดยดูจากความชุกของโรคที่เพิ่มสูงขึ้นใน 50 ปีที่ผ่านมาพบว่า ชีววิทยาทางพันธุกรรมและลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันมีผลต่อการเกิดโรค เช่นการขาดการออกกำลังกาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ พฤติกรรมดังกล่าวนี้ทำให้เกิดโรคทางพันธุกรรมและโรคควาเสื่อมเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, มะเร็ง, เบาหวาน และโรคสมองขาดเลือด มีผลการวิจัยว่าผู้ที่ออกกำลังกายแบบ แอโรบิค ระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว 20 นาที หรือ ออกกำลังกายในน้ำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ถึง 35% ของผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ชนิดการออกกกำลังกายที่มีผลต่อการลดความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรมที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายแบบ Cardio work คือการออกกำลังกายให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วง 60-80% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดคำนวน โดย 220-AGE  และ การเพิ่มมวลกกล้ามเนื้อเพิ่มเพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมัน แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดเช่น ความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายแบบเพิ่มมวลกล้ามเนื้อโดยการยกเวทนั้น ไม่ควรออกกำลังด้วยการเกร็งหรือท่าอะไรที่ต้องมีการเกร็งค้างมาก การออกกำลังกายด้วยมือ และกำแน่น อาจทำให้ความดันโลหิตและชีพจรขึ้นสูง ดังนั้น การออกกำลังกายที่ได้ครบทั้ง Cardio และ เพิ่มกล้ามเนื้อโดยไม่ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค คือ [...]

Autism – ภาวะออทิสซึม

Wednesday, April 18th, 2012

ออทิสซึมเป็นกลุ่มอาการซึ่งประกอบด้วยอาการแสดงที่หลากหลาย เช่น ความยากลำบากในการใช้ภาษาสื่อสาร  การแสดงออกทางอารมณ์  หรือพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยาก  หรือลักษณะอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง  เช่น  ภูมิแพ้เรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ  อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น  ท้องอืด  และท้องเสียเรื้อรัง   นอกเหนือจากการบำบัดด้วยวิธีมาตรฐานในปัจจุบันซึ่งมุ่งเน้นในการปรับพฤติกรรม   การแพทย์ผสมผสานได้เริ่มเข้ามามีบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้น   ตั้งแต่ระดับการวินิจฉัยความผิดปกติทางชีวะเคมีในร่างกาย    กระบวนการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติภูมิแพ้อาหารแฝง  ภาวะการสะสมของสารพิษในร่างกาย  รวมถึงปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในระดับเซลล์   ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะออทิสซึม นอกจากนี้ยังได้มีการผสมผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย   เพื่อช่วยบำบัดอาการและควบคุมการดำเนินโรคแบบองค์รวม เช่น  การใช้ออกซิเจนความเข้มข้นสูง   การใช้เครื่องมือทางพลังงานเพื่อปรับระบบการทำงานของเซลล์ (Energy Medicine)   การใช้สารอาหารบำบัด   รวมถึงการใช้พฤติกรรมบำบัดโดยนักพฤติกรรมบำบัด  เข้ามาผสมผสานเพื่อการกระตุ้นพัฒนาการ   โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กมีพัฒนาการที่เป็นปกติ การตรวจวิเคราะห์ Biomarkers Assessment: เป็นการประเมินสมดุลของสารชีวเคมีในร่างกาย   เพื่อประเมินระดับการทำงานในระดับปฏิกิริยาเคมีช่วยในการสืบค้น   ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุหรือกระตุ้นการดำเนินโรคในปัจจุบัน ทคโนโลยีห้องปฏิบัติการทางการ  ภาวะออทิสซึม  สามารถรักษาให้หายขาดได้  ถ้าวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว  แพทย์สามารถตรวจวัดระดับปฏิกิริยาการอักเสบของเซลล์   ระดับการตอบสนองต่ออนุมูลอิสระ  ภาวะการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มาเกิน Food Sensitivity Test: เป็นการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง  ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงแฝงของโรคเรื้อรังหลายชนิด   รวมทั้งการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในภาวะออทิสซึ่ม การรักษา Clinical  Nutrition: สารอาหารและโภชนาการบำบัดเป็นสิ่งที่จำเป็นในการฟื้นฟูการทำงานของเซลล์   การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  เพื่อประเมินระดับความต้องการของสารอาหารที่จำเป็น   [...]

Weight Management ลดน้ำหนักแบบสุขภาพดีด้วยการแพทย์ผสมผสาน

Wednesday, April 18th, 2012

ภาวะอ้วนและน้ำหนักตัวมากเกินไป ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะภาพลักษณ์ภายนอก  แต่ยังมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพ  เนื่องจากภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ  โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง  การดูแลภาวะน้ำหนักตัวเกินมีความจำเป็นต้องอาศัยการประเมินวิเคราะห์อย่างรอบด้านถึงสาเหตุปัจจัยต่างๆ  ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องโภชนาการที่ไม่สมดุล  แต่ยังมีปัจจัยเรื่องการเผาผลาญของร่างกายการเสียสมดุลของฮอร์โมน การสะสมสารพิษ ความเครียดในร่างกายรวมถึงพฤติกรรมด้านการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม การแพทย์ผสมผสานจะอาศัยหลักการแพทย์ศาสตร์ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์เหตุ   ปัจจัยดังกล่าวเพื่อทำการวางแผนการดูแลรักษาเฉพาะรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาเมตตาบอลิสมหรือการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย  การขาดสารอาหาร ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง การวางแผนการรักษา เริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนโภชนาการการใช้สารอาหารหรือวิตามินบำบัดทั้งในรูปแบบรับประทานและการฉีดรวมถึงการใช้กรดอะมิโนเพื่อกระตุ้นเมตตาบอลิสม การวางแผนการออกกำลังกายโดยนักเวชศาสตร์กีฬาทางการแพทย์  นอกจากนี้ยังใช้ศาสตร์การแพทย์อื่นๆเช่นการดลจิตเพื่อช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการควบคุมน้ำหนัก การตรวจวิเคราะห์และการรักษา Metabolism Analysis : การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ตรวจวัดระดับการเผาผลาญพลังงานของร่างกายและสัดส่วนของดัชนีมวลกาย  ทำให้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการรวมถึงบุคลากรด้านเวชศาสตร์กีฬาสามารถวางแผนและตั้งเป้าหมายในการดูแลน้ำหนักตัวได้อย่างถูกต้องแม่นยำและมีประสิทธิภาพ Clinical Nutrition : โภชนาการบำบัดทางคลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการซึ่งอาศัยการซักประวัติการรับประทานอาหารและผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยและการวางแผนโภชนาการเฉพาะราย Custom Compounded Nutraceuticals : การใช้สารอาหารบำบัดโดยผสมสูตรเฉพาะราย  เพื่อการฟื้นฟูภาวะโภชนาการโดยแพทย์ซึ่งทำการประเมินปัญหาสุขภาพ การวิเคราะห์ประวัติพฤติกรรมและการบริโภคอาหาร  ประกอบกับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ  ทำให้สามารถผลิตสารอาหารเสริมซึ่งประกอบด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการตามปัญหาสุขภาพเฉพาะราย Hormone Analysis : การตรวจวัดสมดุลของฮอร์โมนเพื่อประเมินระดับการทำงานของต่อมไร้ท่อ   ซึ่งมีความจำเป็นในการรักษาระดับเผาผลาญพลังงานภาวะขาดฮอร์โมน  ส่งผลให้ระดับการเผาผลาญไม่มีประสิทธิภาพและทำให้ไขมันสะสมในร่างกายได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม Amino Acid : กรดอะมิโนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการในร่างกายทุกชนิด  รวมถึงการเผาผลาญพลังงาน  การได้รับกรดอมิโนเสริมในรูปแบบพิเศษ  เช่น อาหารเสริมชนิดรับประทานหรือการให้ทางหลอดเลือดจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงาน  การได้รับกรดอะมิโนเสริมควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสารอาหาร Detoxification [...]

ภาพบรรยากาศ workshop D-Day DETOX @ TRIA

Friday, March 16th, 2012

เมื่อวันที่เสาร์ที่ 10 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา สถาบันการแพทย์ผสมผสานตรัยยา ได้จัดกิจกรรมสัมมนา “D – Day DETOX” เชิญชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รู้จักและสัมผัสประสบการณ์การล้างพิษในรูปแบบต่างๆ พร้อมกิจกรรม wrokshop พิเศษสุด เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้มีสุขภาพที่ดีจขากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง โดยในวันงานเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 8.00 น. ซึ่งมีผู้สนใจสำรองที่นั่งเป็นจำนวนมาก จนต้องปิดรับลงทะเบียนก่อนถึงวันงานจริงค่ะ โดยในช่วงแรก หลังจากที่ลงทะเบียนแล้ว จะเป็นการบรรยายในหัวข้อ “D-Day DETOX ฟื้นฟูกายใจสู่ความสมดุล” โดย ร.ต.ต. นพ.อัญวุฒิ ช่วยวงศ์ญาติ หลังจากนั้นจะเป็นการบรรยายในหัวข้อ De-Stress โดย Prof.Dr.Michael Maes มาอธิบายถึงวิธีการลดระดับควาเครียดให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาค่ะ หลังจากสัมมนาจบ ก็เป็นการพักเบรค ให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานของว่างริมสระน้ำ ในบรรยากาศสบายๆ ก่อนที่จะเริ่มช่วง “Detox Yourself” แบ่งกลุ่มเข้าฐาน workshop ซึ่งในงานมีการแบ่งกิจกรรมออกเป็น 1.การตรวจผลกระทบของสารพิษจากการตรวจเลือดจากปลายนิ้ว (Live Blood Analysis) 2.การตรวจวัดระดับอายุของหลอดเลือด เพื่อดูความเสื่อมของร่างกาย (EIS – [...]

TRIA Comprehensive Genetic testing

Friday, March 2nd, 2012

ที่ตรัยยา ชีวิตคุณกำหนดได้…ให้ห่างไกลโรคร้ายทางพันธุกรรม ผู้ใหญ่รุ่นก่อนหน้าเรา คงไม่ลืมทุกข์สาหัสที่เกิดจากโรคภัยต่างๆ และลูกหลานเรา คงไม่ อยากจำ ความน่าหวาดกลัวของการฉีดยา แต่…ในยุค ‘โนมิคส์’ นี้เป็นช่วงเวลาของการค้นพบความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ แบบเฉพาะเจาะจงแต่ละบุคคล และยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้เรามีความหวังแน่ชัดในการป้องกันไม่ให้มีการเกิดของโรคด้วยการถอดรหัสพันธุกรรมหรือยีนส์ ซึ่งมีมากกว่า 25,000 ตัว ภายในแต่ละเซลล์ร่างกายมนุษย์  “ความแตกต่างทางพันธุกรรม เป็นตัวกำหนดความแข็งแรงหรือความอ่อนแอของร่างกายเราต่อโรคซึ่งอาจเป็นโรคที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ การก้าวเข้าไปล่วงรู้ถึงแนวโน้ม และความเป็นได้ที่ส่งผลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อความต้องการของโครงสร้างทางพันธุกรรมถือเป็นพิมพ์เขียวของชีวิตมนุษย์ ทำให้เราใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ไม่ตามกระแสไม่ตามใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่ปกป้องคุ้มครองตนให้ปลอดโรค หลีกเลี่ยงวิตามินหรือยาบางชนิดที่กระตุ้นพันธุกรรมของเราให้ก่อโรคร้ายขึ้นในร่างกายและปรับสิ่งแวดล้อมไม่ให้ไปเสริมส่งแนวโน้มของพันธุกรรมเสี่ยงซึ่งก่อกำเนิดในตัวเรา” การตรวจพันธุกรรม TRIA Comprehensive Genetic testing เป็นการตรวจโดยหลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ แบบโนนเอสเอ็นพีหรือโนนมิวเทชั่น คือมุ่งตรวจตำแหน่งพันธุกรรมที่มีรายงานเกี่ยวข้องต่อการกลายพันธุ์ของโรคที่พบบ่อย เช่น หัวใจ, มะเร็ง, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน เป็นต้น ผู้ที่ควรได้รับการตรวจ มีรูปแบบของพันธุกรรมเสี่ยงจากประวัติครอบครัว มีความตั้งใจแน่วแน่ พร้อมจะวางแผนป้องกัน และแก้ไขข้อบกพร่องจากการเกิดของโรค ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และยังไม่ประสบผลสำเร็จที่น่าพอใจจากการดูแลตนเองด้วยแนวทางปกติ ซึ่งอาจเป็นได้จากการที่มีความผิดปกติระดับยีนส์ซ่อนอยู่ส่งผลให้การตอบสนองต่อการรักษาไม่ดีเท่าผู้ป่วยทั่วไป ความพิเศษของการตรวจ ตรวจได้ทุกวัย ทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่อายุยังน้อย [...]

ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ

Thursday, February 2nd, 2012

ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารเป็นภาวะที่พบได้บ่อย อาการเหล่านี้ได้แก่ อาการท้องผูกเรื้อรัง อาการท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ  ท้องอืด มีกรดแน่นในกระเพาะอาหาร และอาการอักเสบเรื้อรังในทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย และภาวะลำไส้แปรปรวน อาการและความผิดปกติเหล่านี้ ล้วนส่งผลกระทบทางลบต่อคุณภาพชีวิต และอาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งการขาดสารอาหารที่จำเป็นโดยเฉพาะเกลือแร่ และวิตามินที่จำเป็นมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน กระดูกผุ สมองเสื่อม หลอดเลือดอุดตัน และ ภาวะการแก่ก่อนวัย การตรวจวิเคราะห์และการรักษา Food Sensitivity Test : การตรวจปฏิกิริยาต่อต้านอาหารชนิดแฝงในร่างกาย โดยการตรวจเลือดทำให้ทราบว่าร่างกายของแต่ละบุคคลไม่เหมาะกับการรับประทานอาหารบางประเภท ซึ่งส่งผลต่อระบบย่อย กระตุ้นปฏิกิริยาอักเสบ และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรัง ในระบบต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้เรื้อรัง ลำไส้อักเสบ ปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น Gut Bacterial Dysbiosis : เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดการเสียสมดุลของจุลชีพในทางเดินอาหาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย การตรวจวินิจฉัยอาศัยการตรวจก๊าซจากลมหายใจ ซึ่งเกิดจากการย่อยของแบคทีเรียที่ผิดปกติ Clinical Nutrition : โภชนาการบำบัดทางคลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการซึ่งอาศัยการซักประวัติ การรับประทานอาหาร [...]

ผู้มีบุตรยากกับการฝังเข็ม

Thursday, February 2nd, 2012

การแพทย์แผนจีนนั้นมีการบำรุงผู้หญิงเพื่อให้มีบุตรง่ายมานานนับพันปีแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าจะต้องการให้มีบุตรง่ายและมีบุตรที่แข็งแรงนั้น การแพทย์แผนจีนจะบำรุงและปรับประจำเดือนกันประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างน้อยถึงค่อยเริ่มอนุญาตให้มีบุตร แต่ด้วยวิวัฒนาการของการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น แพทย์ที่รักษาผู้มีบุตรยากนั้นจะสามารถปรับประจำเดือนและฮอร์โมนได้ดีและเร็วกว่า แต่ว่าผลการตั้งครรภ์ยังไม่สูงเท่าที่ควร ได้มีการทดลองวิจัยในเยอรมันนีให้มีการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In Vitro Fertilization) ร่วมกันกับการฝังเข็มก่อนและหลังฝังตัวอ่อน พบว่าสามารถเพิ่มการตั้งครรภ์ได้เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับการทำ IVF เพียงอย่างเดียว และการเพิ่มการฝังเข็มเข้าไปในการรักษานั้น มีค่ารักษาเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับค่ารักษาการทำเด็กหลอดแก้ว การฝังเข็มร่วมกันกับการทำเด็กหลอดแก้วจึงได้รับความนิยมกันมากให้ฝั่งยุโรป แต่การฝังเข็มโดยทั่วไปนั้น จะไปปรับสมดุลของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น และยังมีงานวิจัยอีกมากมายเกี่ยวกับการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงมดลูก, เพิ่มความหนาตัวของเยื่อบุมดลูก และลดการหดเกร็งตัวของมดลูกซึ่งจะทำให้การฝังตัวอ่อนเป็นไปได้ง่ายขึ้น การฝังเข็มก็ยังเป็นการลดความเครียดสำหรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ผู้มีบุตรยากนั้นจะมีความเครียดสะสมอยู่สูง เพราะต้องการได้บุตรและต้องผ่านการปรับฮอร์โมนและหัตถการต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะแนะนำให้เริ่มทำการฝังเข็มสัปดาห์ละครั้ง ควบคู่ไปกับการเริ่มปรับฮอร์โมนก่อนเตรียมตัวทำเด็กหลอดแก้ว ประมาณ 1 เดือนก่อนที่จะมีการฝังตัวอ่อน สอบถามรายละเอียดและทำนัดที่ Customer Care Counter โทร. 02-660-2600 / 02-660-2602 References Paulus W, et al. Influence of acupuncture on the pregnancy rate [...]

ปวดหัวไมเกรนกับการแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

ปวดหัวไมเกรน (Migraine headache) กับการแพทย์แผนจีน มุมมองจากทางการแพทย์แผนจีนนั้น มองว่าการปวดหัวไมเกรนเกิดจากการที่หยางชี่ (ส่วนพลังงานของร่างกาย) ผิดปกติลอยตัวขึ้นสูง เมื่อชี่ไปที่ไหนเลือดก็จะตามไปด้วย ทำให้เกิดการคั่งของเลือดที่บริเวณศีรษะ เกิดอาการปวดตุบ ๆ และแน่นศีรษะตามมาได้  ส่วนอาการนำนั้นก็อธิบายได้ โดยหยางชี่วิ่งลอยตัวขึ้นสูงไปขัดกับการเดินทางของชี่ที่กระเพาะ ซึ่งจะเป็นชี่ที่วิ่งลงล่าง ทำให้ชี่ที่กระเพาะเกิดอาการแปรปรวนทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้ แล้วหากเป็นมากก็จะนำอาหารในกระเพาะขึ้นมาด้วย ทำให้ผู้ป่วยอาเจียน เมื่อหยางชี่ผิดปกตินี้ได้วิ่งมาที่โสตประสาทต่าง ๆ ที่ศีรษะ ทำให้ผู้ป่วยรับรู้เปลี่ยนไปจากปกติ เช่นได้กลิ่นแปลก ๆ มีแสงเบลอรอบ ๆ สิ่งของต่าง ๆ เป็นต้น หยางชี่ที่ผิดปกตินี้ มักจะเกิดจากการไม่สมดุลกันของพลังงานหยินและหยางในตับของการแพทย์แผนจีน เมื่อผู้ป่วยเกิดความเครียด ทำให้ชี่ในตับเดินไม่สะดวก และเกิดการสะสมของชี่ที่เดินทางไปไหนไม่ได้ ทำให้ชี่เริ่มใช้หยินในตับมากขึ้น ทำให้ปริมาณหยินที่จะควบคุมหยางของตับน้อยลง หยางในส่วนที่มากกว่าหยินจึงลอยตัวขึ้นไปที่ศีรษะ  ทำให้เกิดการปวดหัวเกิดขึ้น การรักษาแบบแผนจีนนั้น จะใช้การฝังเข็มเป็นตัวปรับความสมดุลกันระหว่างหยินและหยาง โดยเฉพาะฝังเข็มให้หยางวิ่งลงจากศีรษะ ซึ่งจะทำให้หายปวดศีรษะ และหากปวดศีรษะรุนแรง ก็จะมีการแทงเข็มที่จุดฝังเข็มปลายมือและให้เลือดออกเล็กน้อย จะสามารถทำให้หายปวดศีรษะได้ทันทีภายใน 10 นาที ทำให้การรักษาด้วยการฝังเข็มนั้นหลังจากการรักษาแล้วผู้ป่วยจะหายปวดไมเกรนภายในวันนั้น แต่ด้วยตัวโรคปวดหัวไมเกรนเป็นโรคเรื้อรังและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง แนะนำให้ผู้ป่วยรับการฝังเข็มต่อเนื่องสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ หรือ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งแล้วแต่ความรุนแรงของการปวดไมเกรนในแต่ละบุคคล เพื่อปรับสมดุลในร่างกายให้ยั่งยืน ก็จะทำให้การปวดหัวไมเกรนนั้นมีความรุนแรงน้อยลง [...]

นอนไม่หลับ กับ การแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

การนอนหลับนั้นแพทย์แผนจีนได้อธิบายการเกิดขึ้นของการนอนหลับเอาไว้ว่า โดยปกติร่างกายคนเรามีสองส่วนใหญ่ ๆ คือ หยิน (ส่วนเนื้อและร่างกาย) และ หยาง (ส่วนพลังงานของร่างกาย) โดยเมื่อหยินและหยางสมดุลนั้น ยามเช้าเมื่อตื่นขึ้นมา หยางก็จะออกจากภายในร่างกาย (ส่วนหยิน) มาหมุนเวียนอยู่รอบ ๆ ร่างกาย ทำให้เกิดการขยับของร่างกาย และเมื่อถึงกลางคืน หยางก็จะเข้าไปพักในร่างกายกับหยิน ทำให้เกิดการนอนหลับขึ้น แต่หากว่าหยางไม่สามารถเข้าไปข้างในร่างกายได้ ก็จะก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ซึ่งมีได้หลายสาเหตุที่ทำให้หยางไม่สามารถเข้าไปรวมกับหยินได้ เมื่อเกิดการไม่สมดุลกันของหยินและหยางเกิดขึ้นจะทำให้นอนไม่หลับได้ การแพทย์แผนจีนก็จะใช้การฝังเข็มในการลดความร้อนหรือหยาง ทำให้หลับง่ายขึ้น นอนหลับได้เร็วขึ้น ส่วนการเพิ่มหยินหรือความเย็นเพื่อให้หลับได้นานขึ้นนั้น จะต้องผ่านการบำรุงหยินด้วยอาหารที่มีสรรพคุณหยินและยาจีนที่ใช้บำรุงร่างกาย ซึ่งจะทำให้ตื่นน้อยลงในตอนกลางคืน สอบถามรายละเอียดและทำนัดที่ Customer Care Counter โทร. 02-660-2600 / 02-660-2602 การฝังเข็มนั้นไม่มียาหรือสารเคมีใด ๆ แต่จะต้องใช้เวลา 4-5 ครั้งก่อนที่เริ่มเห็นผล ดังนั้น การฝังเข็มก็จะทำเป็นคอร์ส ประมาณ 10 ครั้ง ส่วนยาจีนนั้นอาจจะต้องดื่มเสริมควบคู่กันไปเพื่อให้เห็นผลเร็วขึ้น

ความดันโลหิตสูงกับการฝังเข็ม

Thursday, February 2nd, 2012

ความดันโลหิตสูงนั้นเป็นโรคที่ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ เพื่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากการที่มีความดันโลหิตสูงอยู่นานที่จะตามมาช้าที่สุด ความดันโลหิตสูงนั้นสามารถควบคุมและลดความดันโลหิตได้จากการฝังเข็ม มีการวิจัยยืนยันมากมาย รวมถึงองค์กรอนามัยโลก (WHO) ก็ได้ทำการวิจัยและได้ผลยืนยันว่าได้ผลจริง การฝังเข็มเพื่อลดความดันโลหิตสูง การฝังเข็มเพื่อลดความดันโลหิตสูงนั้นทำเป็นคอร์ส เริ่มด้วยสัปดาห์ละครั้ง 10 ครั้งก่อน หลังจากฝังเข็มแล้ว ความดันโลหิตจะเริ่มอยู่กับที่และเริ่มลดลงให้เห็นหลังจากที่เริ่มฝังเข็มไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง หลังจากที่ความดันโลหิตเริ่มควบคุมได้ดี ก็จะมีให้สองทางเลือกคือ หนึ่งห่างการฝังเข็มไป คือ เริ่มห่างออกไปเรื่อย ๆ เป็น 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์, 1 ครั้งต่อ 1 เดือน, 1 ครั้งต่อ 2-3 เดือน หรือ ลองห่างไป แล้วหากความดันโลหิตเริ่มขึ้นมาใหม่ก็ค่อยมาฝังเข็มกันอีกทีก็ได้ หลังจากที่เคยฝังเข็มไปแล้วหากมาเริ่มใหม่ก็จะใช้เวลาไม่นานที่จะทำให้ความดันโลหิตกลับมาอยู่ที่ระดับปกติได้ การฝังเข็มถือเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย เพราะว่าไม่ได้ใช้ยา ไม่ได้ใช้สารเคมีใด ๆ และไม่มีความเสี่ยงร้ายแรงใด ๆ เพียงแต่อาจจะต้องมาพบแพทย์ฝังเข็มเป็นระยะเท่านั้นเอง ถึงแม้จะใช้การฝังเข็มช่วย แต่ผู้ป่วยก็ยังต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ด้วยอยู่ดี โดยเฉพาะ งดอาหารที่มีเกลือมาก เช่นอาหารเค็ม, อาหารหมักดองทุกชนิด เพื่อให้การลดความดันเห็นผลดีและเร็วขึ้น สอบถามรายละเอียดและทำนัดที่ [...]

การดูแลการตั้งครรภ์ให้ปลอดภัยโดยแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

การตั้งครรภ์และการคลอดนั้นมีมาตั้งแต่โบราณ การแพทย์แผนจีนซึ่งมีมามากกว่า 2,000 ปี ก็ได้มีแนวทางจัดการให้การคลอดเป็นไปอย่างเรียบร้อยเป็นไปตามธรรมชาติ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก โดยปกติ จะมีหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีปัญหาระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างคลอดอยู่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ว่าในปัจจุบันหรืออดีต ทางการแพทย์      แผนจีนได้มีการระบุการรักษาไว้ชัดในแต่ละปัญหาไว้ด้วย ตั้งแต่การเตรียมตัวตั้งท้อง แพทย์แผนจีนก็จะเตรียมปรับประจำเดือนและฮอร์โมนของฝ่ายหญิง 3-6 เดือนก่อนเริ่มที่จะให้ตั้งครรภ์ได้ เพื่อเตรียมสุขภาพของแม่ให้พร้อมรับกับการตั้งครรภ์ และทำให้มีโอกาสในการมีบุตรง่ายขึ้นด้วย โดยผ่านทางการฝังเข็ม และยาจีน  ระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์แผนจีนก็จะดูแลสุขภาพของทั้งแม่และลูก และช่วยในเรื่องอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ลดการคลื่นไส้อาเจียนแพ้ท้อง  ผ่านทางการฝังเข็มที่แขน ซึ่งได้ผลดี และปลอดภัยกว่าการใช้ยา และแพทย์แผนจีนก็จะแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีขิงอยู่ เพื่อที่จะช่วยลดการคลื่นไส้ไปด้วย และอาจจะแนะนำอาหารบำรุงครรภ์โดยหลังจากท้องแล้วแพทย์แผนจีนจะลดการใช้ยาจีนลง เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการตั้งครรภ์ และเพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก โดยส่วนมากยาจีนที่ใช้จะเป็นยาจีนที่เป็นอาหารอยู่แล้ว ซึ่งปลอดภัยกับแม่และทารกในครรภ์แน่นอน แพทย์แผนจีนยังสามารถช่วยกลับหัวเด็กที่อยู่ในท่าก้นลงด้านล่างในการตั้งครรภ์เดือนที่ 8 ได้ด้วย โดยใช้ Moxibustion ซึ่งเป็นแท่งอัดแน่นของยาจีนแล้วจุดไฟที่ปลายหนึ่งคล้ายธูปก้านใหญ่ ไปอังที่เท้าของแม่ อาจจะต้องนัดทำ 3-4 ครั้งเพื่อให้ทารกกลับหัวลงอย่างแน่นอน การคลอดธรรมชาติจะได้เป็นไปอย่างราบรื่น และเมื่อถึงกำหนดคลอดแพทย์แผนจีน จะช่วยเหลือในด้านการคลอดให้มดลูกของแม่บีบตัวดีขึ้น และแรงขึ้นเพื่อให้การคลอดเป็นไปอย่างราบรื่น ให้ลูกออกมาอย่างปลอดภัย และแม่ไม่เพลียจนเกินไปหลังคลอดลูก ผ่านทางการกดจุดฝังเข็ม หรือฝังเข็มลงบนจุดฝังเข็มที่ปกติแล้วจะเป็นจุดต้องห้ามไม่ให้แตะต้องระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้กระตุ้นมดลูกให้บีบตัว ดังนั้น [...]

การแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

การแพทย์แผนจีนคืออะไร? การแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine (TCM)) คือการรักษาที่มีใช้รักษากันมากว่า 5,000 ปี และมีพื้นฐานตั้งอยู่บนการเฝ้าสังเกตอาการ ทดลองการรักษาตามทฤษฎีและข้อสังเกต จดบันทึกการรักษาที่ได้ผล แล้วรวบรวมกันเป็นระบบการรักษาแผนจีนขึ้นมา ประกอบด้วย การบอกโรค การรักษาด้วยการฝังเข็ม ยาสมุนไพรจีน การนวดทุยนา อาหารที่เป็นยา และ การออกกำลังกายแบบไทชี่หรือมวยไทเก๊ก และจี้กง หลักการในการบอกโรคและรักษาของแผนจีนทำอย่างไร? การรักษาในแบบแผนจีนนั้นจะใช้วิธีการซักถาม จับชีพจรหรือแมะ ดูลิ้น และการสังเกตอาการเป็นการบอกโรคตามแบบแผนจีน ซึ่งแบบโรคนั้นจะต่างกันจากโรคในแผนปัจจุบัน แต่รักษาได้ผลเช่นกัน การรักษาโรคจะยืนบนพื้นฐานที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อให้เลือดลมเดินดี ปรับสมดุลหยินและหยางเป็นหลัก เมื่อร่างกายแข็งแรงดี ทำงานเป็นปกติ ภูมิคุ้มกันดี โรคต่าง ๆ ก็จะถูกร่างกายจัดการได้เอง และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ในแง่ทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายผลของการฝังเข็มได้ว่าอย่างไร? วิทยาศาสตร์นั้น ได้ค้นพบว่าการฝังเข็มสามารถกระตุ้นการหลังฮอร์โมน เอนโดฟิน และ เซอโรโทนิน ในร่างกายและสมองได้ ซึ่งฮอร์โมนนี้มีผลทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบ มีความสุข ลดการปวด และเกิดการง่วงนอนขึ้น การฝังเข็มยังสามารถกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต Growth Hormone และกระตุ้นการสร้างและการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ดีมากขึ้น จึงทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งเรงขึ้น เป็นการปรับสมดุลของร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติที่แข็งแรง [...]

เวชศาสตร์การแพทย์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ

Thursday, February 2nd, 2012

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยส่งผลต่อคุณภาพชีวิตหลายประการ อาการเหล่านี้ ได้แก่ การอ่อนเพลีย คุณภาพการนอนที่ลดลง สมองไม่สดชื่น ระดับเมตตาบอลิสมลดลง เป็นต้น การแพทย์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพเป็นการแพทย์สาขาใหม่ ที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาผสมผสานกัน ได้แก่ การวิเคราะห์ระดับสารอาหาร ความสมดุลของฮอร์โมน และ การทำงานระดับเซลล์ เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงของกระบวนการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย การบำบัดด้วยสารอาหาร ฮอร์โมนทดแทนจากธรรมชาติ การกระตุ้นการกำจัดสารพิษของร่างกาย  และการฟื้นฟูร่างกายระดับเซลล์  เพื่อรักษาสภาวะสมดุลของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีกระบวนการเสื่อมของเซลล์ที่ช้าลง  ทำให้โอกาสเกิดโรคเรื้อรังลดลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การตรวจวิเคราะห์และการรักษา Nutrition assessment : การตรวจประเมินระดับความต้องการและระดับการขาดสารอาหารในร่างกายเพื่อการวางแผนโภชนาการเฉพาะราย รวมถึงประเมินความจำเป็นของร่างกายในการได้รับสารอาหารเสริมในรูปแบบวิตามินชนิดรับประทาน หรือการให้ทางหลอดเลือด Hormone Analysis and Biodentical hormones replacement Therapy : การตรวจวัดสมดุลของฮอร์โมนเพื่อประเมินระดับการทำงานของต่อมไร้ท่อ ซึ่งมีความจำเป็นในการป้องกันโรคและชะลอความเสื่อมของร่างกาย Detoxification : การกระตุ้นการกำจัดของเสียของร่างกาย ซึ่งเป็นการลดภาระของร่างกายในการสะสมสารพิษ และของเสียต่าง ๆ จากปฏิกิริยาเคมีของเซลล์ ซึ่งการสะสมของเสียดังกล่าวเหล่านี้ ทำให้เซลล์ทำงานหนัก Cell Therapy : การฟื้นฟูระดับเซลล์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานและเสื่อมสภาพไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น [...]

TRIA Asian Detox

Tuesday, January 24th, 2012

การล้างพิษแบบธรรมชาติ โดยศาสตร์ของเอเซีย  ไม่ต้องสวนล้างลำไส้  ไม่ต้องใช้ยาหรือคีเลชั่น สารพิษ (toxin) คือ สิ่งแปลกปลอมที่เรากินหรือสัมผัส โดยเฉพาะโลหะหนัก และสารเคมีต่าง ๆ ที่เราค่อย ๆ รับและสะสมไปเรื่อย ๆ จากการดำเนินชีวิตประจำวันรวมทั้งของเสียที่ผลิตออกมาจากเซลล์ร่างกายของเรา หลังจากที่เราได้ใช้พลังงานและประโยชน์จากสารอาหารไปแล้ว  โดยปกติร่างกายคนเราสามารถขับสารพิษออกได้เองในระดับหนึ่ง แต่หากมีมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดออกไปได้ หรือสภาวะของร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงพอที่จะขับสารพิษได้หมด สารพิษก็จะค่อย ๆ สะสมในร่างกาย และหากสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเนื้อเยื่อ ก็จะเป็นบ่อเกิดของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคของความเสื่อมของอวัยวะในร่างกาย เป็นต้น การล้างพิษออกจากร่างกาย มีหลายวิธี เช่น การขับสารพิษทางปัสสาวะ เช่นการทำ คีเลชั่น โดยให้สารที่จับกับโลหะหนัก เพื่อไปจับกับโลหะหนักในเนื้อเยื่อให้ละลายน้ำและขับออกทางไต ออกมากับปัสสาวะ การขับสารพิษทางอุจจาระ เช่นการสวนล้างลำไส้ใหญ่ หรือ การทำ Colonic โดยใช้น้ำ สมุนไพร หรือกาแฟ สวนผ่านทางทวารหนัก การขับสารพิษทางเหงื่อ เป็นการขับสารพิษที่ง่าย ไม่เจ็บ สบายตัว และเป็นวิธีที่ทางเอเชียปฏิบัติมาเป็นเวลานานแล้ว [...]

คีเลชั่นบำบัด (Chelation)

Tuesday, January 24th, 2012

คีเลชั่นบำบัด เป็นกระบวนการทางการแพทย์เพื่อขจัดโลหะหนักที่ไม่พึงประสงค์ ที่เข้ามาสู่ร่างกายจากหลายสาเหตุ เช่น การอุดฟันด้วยอะมัลกั้ม(amalgum) การทานก๋วยเตี๋ยวที่บัดกรีหม้อด้วยตะกั่ว ทานอาหารทะเลที่มีแหล่งตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งโลหะหนักที่กล่าวมามีคุณสมบัติในการทำลายโครงสร้างโปรตีนของเซลล์ หากว่ามีการทำลายเซลล์มากขึ้นเซลล์จะทำหน้าที่ผิดปกติและจะก่อให้เกิดโรคอื่นๆตามมามากมายเช่น โรคหลอดเลือดตีบแข็ง (atherosclerosis) และโรคนี้เป็นสาเหตุนำมาซึ่งโรคหัวใจและโรคสมองขาดเลือด นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นๆอีกเช่น โรคความจำเสื่อม(อัลไซม์เมอร์) โรคพาร์คินสัน  โรคเด็กออติสติก โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ในการรักษาด้วยวิธีคีเลชั่น คือการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ที่ชื่อว่าอีดีทีเอ(EDTA = Ethylene Diamine Tetra-acetic  Acid )ซึ่งประกอบด้วยกรดอมิโนสองตัวและกรดอะซีติกอีกสี่ตัว  ซึ่งจับกับอ๊อกซิเจนและไนโตรเจนอะตอม   ซึ่งมีคุณสมบัติในการจับกับโลหะหนักเช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู     แคดเมี่ยม  แคลเซี่ยม และโลหะหนักอื่นๆอีกหลายอย่าง โดยขับออกจากร่างกายทางไต (ปัสสาวะ) ฉะนั้นการรักษาโดยกระบวนการคีเลชั่นนอกจากมีประโยชน์เพื่อขจัดโลหะหนักออกจากร่างกายแล้ว  ยังพบว่าคีเลชั่นยังมีผลทำให้ลดการตีบแข็งของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เมื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้นเซลล์ที่ต้องการอ๊อกซิเจนก็จะได้อ๊อกซิเจนเต็มที่ และลดความเสื่อมของเซลล์ ร่างกายก็มีสุขภาพที่ดี เมื่อแพทย์ตรวจหาโลหะหนักจากปัสสาวะ ผม หรือเล็บ หากพบว่ามีค่าโลหะหนักเกินผิดปกติแพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยวิธีคีเลชั่น  ก่อนเริ่มการรักษาด้วยคีเลชั่น แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไตโดยตรวจ BUN, Cr และคำนวณอัตราการกรองของไต (creatinine clearance), ภาวะโลหิตจาง(CBC) [...]

Asia Spa Awards Medi-Spa of the Year 2011

Wednesday, December 7th, 2011

ตรัยยา … สปาแห่งเอเชีย “Asia Spa Awards Medi-Spa of the Year 2011″ The award adds to TRIA  achievements which incluses; The 1st Most comprehensive Integrative Wellness and Medical Institute in Thailand Asia Spa Award 2011 : Medi Spa of the year Asia Spa Award 2008 : Medi Spa of the year Spa Asia crystal 2008 : [...]

Leaky gut: a potentially dangerous but treatable condition

Wednesday, September 7th, 2011

When you suffer from an impaired transit, diarrhea or constipation, bloating, and intestinal cramps, it may be that you suffer from leaky gut. These intestinal symptoms are quite common in the population, i.e. around 30% of all persons suffer from these symptoms, while part of the 30% suffer from invalidating complaints. In medical terms this [...]

Allergy Relief – Naturally!

Thursday, February 10th, 2011

Pain

Wednesday, February 9th, 2011

Click to enlarge

International Child Development Center (ICDC)

Tuesday, December 21st, 2010

12th floor, Piyavate Hospital        Ongoing research and follow-up tests are clearly showing how changes in the environment affect children right the foetus stage to their birth and through their development after that. One important factor influencing children’s health is contaminated food their mothers consume. Such contamination can cause abnormalities in foetuses both before and [...]

Professor Nithi Mahanonda, Secretary of Piyavate Foundation

Thursday, October 28th, 2010

Pain Management

Monday, May 17th, 2010

Homoeopathy and naturopathy can play a role in helping to manage pain by treating the underlying cause/s, as well as reducing the pain level for the client. Homoeopathic medicine is prescribed to match the client’s individual symptoms of the disorder, and too reduce pain and inflammation. In herbal medicine, we have specific herbs for treating [...]

Lower Back Pain

Monday, May 17th, 2010

Lower back pain is reported by about 80% of people in some point of their life and musculoskeletal conditions such as lower back pain, neck pain and headaches are the most common reasons for hospital consultations (UK Department of Health 2006) and the majority of these cases can be diagnosed and treated by a Chiropractic [...]

Hydrotherapy and Pain Management

Monday, May 17th, 2010

At Tria we have 7 hydrotherapy applications to assist in pain management. Below is a brief description on each and how they can assist in the reduction of pain. Swimming Pool Our outdoor 20M swimming pool is a great place to perform pain relieving therapy. This therapy works because it supports your body weight and [...]

Pain management with TCM

Monday, May 17th, 2010

TRIA offers numerous paths to decreasing the discomfort from pain that you are feeling….. Often medication and surgery fails to alleviate pain due the fact that pain is the result of many different reactions the body has to the source of discomfort.  Integrative Medicine approaches pain from many different angles, taking into account the effect [...]

Aromatherapy for Pain Management

Monday, May 17th, 2010

Aromatherapy The science of aromatherapy is very effective for attaining and maintaining a state of wellness, as Jan Kusmirek has accurately defined aromatherapy, it is “the use of pure essential oils to seek to influence, to change or modify, mind, body or spirit; physiology or mood.” Essential Oils An essential oil is a volatile material [...]