TRIA News and Publications

ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ

Thursday, February 2nd, 2012

ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารเป็นภาวะที่พบได้บ่อย อาการเหล่านี้ได้แก่ อาการท้องผูกเรื้อรัง อาการท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ  ท้องอืด มีกรดแน่นในกระเพาะอาหาร และอาการอักเสบเรื้อรังในทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย และภาวะลำไส้แปรปรวน อาการและความผิดปกติเหล่านี้ ล้วนส่งผลกระทบทางลบต่อคุณภาพชีวิต และอาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งการขาดสารอาหารที่จำเป็นโดยเฉพาะเกลือแร่ และวิตามินที่จำเป็นมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน กระดูกผุ สมองเสื่อม หลอดเลือดอุดตัน และ ภาวะการแก่ก่อนวัย การตรวจวิเคราะห์และการรักษา Food Sensitivity Test : การตรวจปฏิกิริยาต่อต้านอาหารชนิดแฝงในร่างกาย โดยการตรวจเลือดทำให้ทราบว่าร่างกายของแต่ละบุคคลไม่เหมาะกับการรับประทานอาหารบางประเภท ซึ่งส่งผลต่อระบบย่อย กระตุ้นปฏิกิริยาอักเสบ และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรัง ในระบบต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้เรื้อรัง ลำไส้อักเสบ ปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น Gut Bacterial Dysbiosis : เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดการเสียสมดุลของจุลชีพในทางเดินอาหาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย การตรวจวินิจฉัยอาศัยการตรวจก๊าซจากลมหายใจ ซึ่งเกิดจากการย่อยของแบคทีเรียที่ผิดปกติ Clinical Nutrition : โภชนาการบำบัดทางคลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการซึ่งอาศัยการซักประวัติ การรับประทานอาหาร [...]

ผู้มีบุตรยากกับการฝังเข็ม

Thursday, February 2nd, 2012

การแพทย์แผนจีนนั้นมีการบำรุงผู้หญิงเพื่อให้มีบุตรง่ายมานานนับพันปีแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าจะต้องการให้มีบุตรง่ายและมีบุตรที่แข็งแรงนั้น การแพทย์แผนจีนจะบำรุงและปรับประจำเดือนกันประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างน้อยถึงค่อยเริ่มอนุญาตให้มีบุตร แต่ด้วยวิวัฒนาการของการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น แพทย์ที่รักษาผู้มีบุตรยากนั้นจะสามารถปรับประจำเดือนและฮอร์โมนได้ดีและเร็วกว่า แต่ว่าผลการตั้งครรภ์ยังไม่สูงเท่าที่ควร ได้มีการทดลองวิจัยในเยอรมันนีให้มีการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In Vitro Fertilization) ร่วมกันกับการฝังเข็มก่อนและหลังฝังตัวอ่อน พบว่าสามารถเพิ่มการตั้งครรภ์ได้เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับการทำ IVF เพียงอย่างเดียว และการเพิ่มการฝังเข็มเข้าไปในการรักษานั้น มีค่ารักษาเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับค่ารักษาการทำเด็กหลอดแก้ว การฝังเข็มร่วมกันกับการทำเด็กหลอดแก้วจึงได้รับความนิยมกันมากให้ฝั่งยุโรป แต่การฝังเข็มโดยทั่วไปนั้น จะไปปรับสมดุลของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น และยังมีงานวิจัยอีกมากมายเกี่ยวกับการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงมดลูก, เพิ่มความหนาตัวของเยื่อบุมดลูก และลดการหดเกร็งตัวของมดลูกซึ่งจะทำให้การฝังตัวอ่อนเป็นไปได้ง่ายขึ้น การฝังเข็มก็ยังเป็นการลดความเครียดสำหรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ผู้มีบุตรยากนั้นจะมีความเครียดสะสมอยู่สูง เพราะต้องการได้บุตรและต้องผ่านการปรับฮอร์โมนและหัตถการต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะแนะนำให้เริ่มทำการฝังเข็มสัปดาห์ละครั้ง ควบคู่ไปกับการเริ่มปรับฮอร์โมนก่อนเตรียมตัวทำเด็กหลอดแก้ว ประมาณ 1 เดือนก่อนที่จะมีการฝังตัวอ่อน สอบถามรายละเอียดและทำนัดที่ Customer Care Counter โทร. 02-660-2600 / 02-660-2602 References Paulus W, et al. Influence of acupuncture on the pregnancy rate [...]

ปวดหัวไมเกรนกับการแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

ปวดหัวไมเกรน (Migraine headache) กับการแพทย์แผนจีน มุมมองจากทางการแพทย์แผนจีนนั้น มองว่าการปวดหัวไมเกรนเกิดจากการที่หยางชี่ (ส่วนพลังงานของร่างกาย) ผิดปกติลอยตัวขึ้นสูง เมื่อชี่ไปที่ไหนเลือดก็จะตามไปด้วย ทำให้เกิดการคั่งของเลือดที่บริเวณศีรษะ เกิดอาการปวดตุบ ๆ และแน่นศีรษะตามมาได้  ส่วนอาการนำนั้นก็อธิบายได้ โดยหยางชี่วิ่งลอยตัวขึ้นสูงไปขัดกับการเดินทางของชี่ที่กระเพาะ ซึ่งจะเป็นชี่ที่วิ่งลงล่าง ทำให้ชี่ที่กระเพาะเกิดอาการแปรปรวนทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้ แล้วหากเป็นมากก็จะนำอาหารในกระเพาะขึ้นมาด้วย ทำให้ผู้ป่วยอาเจียน เมื่อหยางชี่ผิดปกตินี้ได้วิ่งมาที่โสตประสาทต่าง ๆ ที่ศีรษะ ทำให้ผู้ป่วยรับรู้เปลี่ยนไปจากปกติ เช่นได้กลิ่นแปลก ๆ มีแสงเบลอรอบ ๆ สิ่งของต่าง ๆ เป็นต้น หยางชี่ที่ผิดปกตินี้ มักจะเกิดจากการไม่สมดุลกันของพลังงานหยินและหยางในตับของการแพทย์แผนจีน เมื่อผู้ป่วยเกิดความเครียด ทำให้ชี่ในตับเดินไม่สะดวก และเกิดการสะสมของชี่ที่เดินทางไปไหนไม่ได้ ทำให้ชี่เริ่มใช้หยินในตับมากขึ้น ทำให้ปริมาณหยินที่จะควบคุมหยางของตับน้อยลง หยางในส่วนที่มากกว่าหยินจึงลอยตัวขึ้นไปที่ศีรษะ  ทำให้เกิดการปวดหัวเกิดขึ้น การรักษาแบบแผนจีนนั้น จะใช้การฝังเข็มเป็นตัวปรับความสมดุลกันระหว่างหยินและหยาง โดยเฉพาะฝังเข็มให้หยางวิ่งลงจากศีรษะ ซึ่งจะทำให้หายปวดศีรษะ และหากปวดศีรษะรุนแรง ก็จะมีการแทงเข็มที่จุดฝังเข็มปลายมือและให้เลือดออกเล็กน้อย จะสามารถทำให้หายปวดศีรษะได้ทันทีภายใน 10 นาที ทำให้การรักษาด้วยการฝังเข็มนั้นหลังจากการรักษาแล้วผู้ป่วยจะหายปวดไมเกรนภายในวันนั้น แต่ด้วยตัวโรคปวดหัวไมเกรนเป็นโรคเรื้อรังและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง แนะนำให้ผู้ป่วยรับการฝังเข็มต่อเนื่องสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ หรือ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งแล้วแต่ความรุนแรงของการปวดไมเกรนในแต่ละบุคคล เพื่อปรับสมดุลในร่างกายให้ยั่งยืน ก็จะทำให้การปวดหัวไมเกรนนั้นมีความรุนแรงน้อยลง [...]

นอนไม่หลับ กับ การแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

การนอนหลับนั้นแพทย์แผนจีนได้อธิบายการเกิดขึ้นของการนอนหลับเอาไว้ว่า โดยปกติร่างกายคนเรามีสองส่วนใหญ่ ๆ คือ หยิน (ส่วนเนื้อและร่างกาย) และ หยาง (ส่วนพลังงานของร่างกาย) โดยเมื่อหยินและหยางสมดุลนั้น ยามเช้าเมื่อตื่นขึ้นมา หยางก็จะออกจากภายในร่างกาย (ส่วนหยิน) มาหมุนเวียนอยู่รอบ ๆ ร่างกาย ทำให้เกิดการขยับของร่างกาย และเมื่อถึงกลางคืน หยางก็จะเข้าไปพักในร่างกายกับหยิน ทำให้เกิดการนอนหลับขึ้น แต่หากว่าหยางไม่สามารถเข้าไปข้างในร่างกายได้ ก็จะก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ซึ่งมีได้หลายสาเหตุที่ทำให้หยางไม่สามารถเข้าไปรวมกับหยินได้ เมื่อเกิดการไม่สมดุลกันของหยินและหยางเกิดขึ้นจะทำให้นอนไม่หลับได้ การแพทย์แผนจีนก็จะใช้การฝังเข็มในการลดความร้อนหรือหยาง ทำให้หลับง่ายขึ้น นอนหลับได้เร็วขึ้น ส่วนการเพิ่มหยินหรือความเย็นเพื่อให้หลับได้นานขึ้นนั้น จะต้องผ่านการบำรุงหยินด้วยอาหารที่มีสรรพคุณหยินและยาจีนที่ใช้บำรุงร่างกาย ซึ่งจะทำให้ตื่นน้อยลงในตอนกลางคืน สอบถามรายละเอียดและทำนัดที่ Customer Care Counter โทร. 02-660-2600 / 02-660-2602 การฝังเข็มนั้นไม่มียาหรือสารเคมีใด ๆ แต่จะต้องใช้เวลา 4-5 ครั้งก่อนที่เริ่มเห็นผล ดังนั้น การฝังเข็มก็จะทำเป็นคอร์ส ประมาณ 10 ครั้ง ส่วนยาจีนนั้นอาจจะต้องดื่มเสริมควบคู่กันไปเพื่อให้เห็นผลเร็วขึ้น

ความดันโลหิตสูงกับการฝังเข็ม

Thursday, February 2nd, 2012

ความดันโลหิตสูงนั้นเป็นโรคที่ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ เพื่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากการที่มีความดันโลหิตสูงอยู่นานที่จะตามมาช้าที่สุด ความดันโลหิตสูงนั้นสามารถควบคุมและลดความดันโลหิตได้จากการฝังเข็ม มีการวิจัยยืนยันมากมาย รวมถึงองค์กรอนามัยโลก (WHO) ก็ได้ทำการวิจัยและได้ผลยืนยันว่าได้ผลจริง การฝังเข็มเพื่อลดความดันโลหิตสูง การฝังเข็มเพื่อลดความดันโลหิตสูงนั้นทำเป็นคอร์ส เริ่มด้วยสัปดาห์ละครั้ง 10 ครั้งก่อน หลังจากฝังเข็มแล้ว ความดันโลหิตจะเริ่มอยู่กับที่และเริ่มลดลงให้เห็นหลังจากที่เริ่มฝังเข็มไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง หลังจากที่ความดันโลหิตเริ่มควบคุมได้ดี ก็จะมีให้สองทางเลือกคือ หนึ่งห่างการฝังเข็มไป คือ เริ่มห่างออกไปเรื่อย ๆ เป็น 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์, 1 ครั้งต่อ 1 เดือน, 1 ครั้งต่อ 2-3 เดือน หรือ ลองห่างไป แล้วหากความดันโลหิตเริ่มขึ้นมาใหม่ก็ค่อยมาฝังเข็มกันอีกทีก็ได้ หลังจากที่เคยฝังเข็มไปแล้วหากมาเริ่มใหม่ก็จะใช้เวลาไม่นานที่จะทำให้ความดันโลหิตกลับมาอยู่ที่ระดับปกติได้ การฝังเข็มถือเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย เพราะว่าไม่ได้ใช้ยา ไม่ได้ใช้สารเคมีใด ๆ และไม่มีความเสี่ยงร้ายแรงใด ๆ เพียงแต่อาจจะต้องมาพบแพทย์ฝังเข็มเป็นระยะเท่านั้นเอง ถึงแม้จะใช้การฝังเข็มช่วย แต่ผู้ป่วยก็ยังต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ด้วยอยู่ดี โดยเฉพาะ งดอาหารที่มีเกลือมาก เช่นอาหารเค็ม, อาหารหมักดองทุกชนิด เพื่อให้การลดความดันเห็นผลดีและเร็วขึ้น สอบถามรายละเอียดและทำนัดที่ [...]

การดูแลการตั้งครรภ์ให้ปลอดภัยโดยแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

การตั้งครรภ์และการคลอดนั้นมีมาตั้งแต่โบราณ การแพทย์แผนจีนซึ่งมีมามากกว่า 2,000 ปี ก็ได้มีแนวทางจัดการให้การคลอดเป็นไปอย่างเรียบร้อยเป็นไปตามธรรมชาติ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก โดยปกติ จะมีหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีปัญหาระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างคลอดอยู่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ว่าในปัจจุบันหรืออดีต ทางการแพทย์      แผนจีนได้มีการระบุการรักษาไว้ชัดในแต่ละปัญหาไว้ด้วย ตั้งแต่การเตรียมตัวตั้งท้อง แพทย์แผนจีนก็จะเตรียมปรับประจำเดือนและฮอร์โมนของฝ่ายหญิง 3-6 เดือนก่อนเริ่มที่จะให้ตั้งครรภ์ได้ เพื่อเตรียมสุขภาพของแม่ให้พร้อมรับกับการตั้งครรภ์ และทำให้มีโอกาสในการมีบุตรง่ายขึ้นด้วย โดยผ่านทางการฝังเข็ม และยาจีน  ระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์แผนจีนก็จะดูแลสุขภาพของทั้งแม่และลูก และช่วยในเรื่องอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ลดการคลื่นไส้อาเจียนแพ้ท้อง  ผ่านทางการฝังเข็มที่แขน ซึ่งได้ผลดี และปลอดภัยกว่าการใช้ยา และแพทย์แผนจีนก็จะแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีขิงอยู่ เพื่อที่จะช่วยลดการคลื่นไส้ไปด้วย และอาจจะแนะนำอาหารบำรุงครรภ์โดยหลังจากท้องแล้วแพทย์แผนจีนจะลดการใช้ยาจีนลง เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการตั้งครรภ์ และเพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก โดยส่วนมากยาจีนที่ใช้จะเป็นยาจีนที่เป็นอาหารอยู่แล้ว ซึ่งปลอดภัยกับแม่และทารกในครรภ์แน่นอน แพทย์แผนจีนยังสามารถช่วยกลับหัวเด็กที่อยู่ในท่าก้นลงด้านล่างในการตั้งครรภ์เดือนที่ 8 ได้ด้วย โดยใช้ Moxibustion ซึ่งเป็นแท่งอัดแน่นของยาจีนแล้วจุดไฟที่ปลายหนึ่งคล้ายธูปก้านใหญ่ ไปอังที่เท้าของแม่ อาจจะต้องนัดทำ 3-4 ครั้งเพื่อให้ทารกกลับหัวลงอย่างแน่นอน การคลอดธรรมชาติจะได้เป็นไปอย่างราบรื่น และเมื่อถึงกำหนดคลอดแพทย์แผนจีน จะช่วยเหลือในด้านการคลอดให้มดลูกของแม่บีบตัวดีขึ้น และแรงขึ้นเพื่อให้การคลอดเป็นไปอย่างราบรื่น ให้ลูกออกมาอย่างปลอดภัย และแม่ไม่เพลียจนเกินไปหลังคลอดลูก ผ่านทางการกดจุดฝังเข็ม หรือฝังเข็มลงบนจุดฝังเข็มที่ปกติแล้วจะเป็นจุดต้องห้ามไม่ให้แตะต้องระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้กระตุ้นมดลูกให้บีบตัว ดังนั้น [...]

การแพทย์แผนจีน

Thursday, February 2nd, 2012

การแพทย์แผนจีนคืออะไร? การแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine (TCM)) คือการรักษาที่มีใช้รักษากันมากว่า 5,000 ปี และมีพื้นฐานตั้งอยู่บนการเฝ้าสังเกตอาการ ทดลองการรักษาตามทฤษฎีและข้อสังเกต จดบันทึกการรักษาที่ได้ผล แล้วรวบรวมกันเป็นระบบการรักษาแผนจีนขึ้นมา ประกอบด้วย การบอกโรค การรักษาด้วยการฝังเข็ม ยาสมุนไพรจีน การนวดทุยนา อาหารที่เป็นยา และ การออกกำลังกายแบบไทชี่หรือมวยไทเก๊ก และจี้กง หลักการในการบอกโรคและรักษาของแผนจีนทำอย่างไร? การรักษาในแบบแผนจีนนั้นจะใช้วิธีการซักถาม จับชีพจรหรือแมะ ดูลิ้น และการสังเกตอาการเป็นการบอกโรคตามแบบแผนจีน ซึ่งแบบโรคนั้นจะต่างกันจากโรคในแผนปัจจุบัน แต่รักษาได้ผลเช่นกัน การรักษาโรคจะยืนบนพื้นฐานที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อให้เลือดลมเดินดี ปรับสมดุลหยินและหยางเป็นหลัก เมื่อร่างกายแข็งแรงดี ทำงานเป็นปกติ ภูมิคุ้มกันดี โรคต่าง ๆ ก็จะถูกร่างกายจัดการได้เอง และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ในแง่ทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายผลของการฝังเข็มได้ว่าอย่างไร? วิทยาศาสตร์นั้น ได้ค้นพบว่าการฝังเข็มสามารถกระตุ้นการหลังฮอร์โมน เอนโดฟิน และ เซอโรโทนิน ในร่างกายและสมองได้ ซึ่งฮอร์โมนนี้มีผลทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบ มีความสุข ลดการปวด และเกิดการง่วงนอนขึ้น การฝังเข็มยังสามารถกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต Growth Hormone และกระตุ้นการสร้างและการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ดีมากขึ้น จึงทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งเรงขึ้น เป็นการปรับสมดุลของร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติที่แข็งแรง [...]

เวชศาสตร์การแพทย์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ

Thursday, February 2nd, 2012

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยส่งผลต่อคุณภาพชีวิตหลายประการ อาการเหล่านี้ ได้แก่ การอ่อนเพลีย คุณภาพการนอนที่ลดลง สมองไม่สดชื่น ระดับเมตตาบอลิสมลดลง เป็นต้น การแพทย์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพเป็นการแพทย์สาขาใหม่ ที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาผสมผสานกัน ได้แก่ การวิเคราะห์ระดับสารอาหาร ความสมดุลของฮอร์โมน และ การทำงานระดับเซลล์ เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงของกระบวนการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย การบำบัดด้วยสารอาหาร ฮอร์โมนทดแทนจากธรรมชาติ การกระตุ้นการกำจัดสารพิษของร่างกาย  และการฟื้นฟูร่างกายระดับเซลล์  เพื่อรักษาสภาวะสมดุลของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีกระบวนการเสื่อมของเซลล์ที่ช้าลง  ทำให้โอกาสเกิดโรคเรื้อรังลดลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การตรวจวิเคราะห์และการรักษา Nutrition assessment : การตรวจประเมินระดับความต้องการและระดับการขาดสารอาหารในร่างกายเพื่อการวางแผนโภชนาการเฉพาะราย รวมถึงประเมินความจำเป็นของร่างกายในการได้รับสารอาหารเสริมในรูปแบบวิตามินชนิดรับประทาน หรือการให้ทางหลอดเลือด Hormone Analysis and Biodentical hormones replacement Therapy : การตรวจวัดสมดุลของฮอร์โมนเพื่อประเมินระดับการทำงานของต่อมไร้ท่อ ซึ่งมีความจำเป็นในการป้องกันโรคและชะลอความเสื่อมของร่างกาย Detoxification : การกระตุ้นการกำจัดของเสียของร่างกาย ซึ่งเป็นการลดภาระของร่างกายในการสะสมสารพิษ และของเสียต่าง ๆ จากปฏิกิริยาเคมีของเซลล์ ซึ่งการสะสมของเสียดังกล่าวเหล่านี้ ทำให้เซลล์ทำงานหนัก Cell Therapy : การฟื้นฟูระดับเซลล์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานและเสื่อมสภาพไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น [...]

TRIA Asian Detox

Tuesday, January 24th, 2012

การล้างพิษแบบธรรมชาติ โดยศาสตร์ของเอเซีย  ไม่ต้องสวนล้างลำไส้  ไม่ต้องใช้ยาหรือคีเลชั่น สารพิษ (toxin) คือ สิ่งแปลกปลอมที่เรากินหรือสัมผัส โดยเฉพาะโลหะหนัก และสารเคมีต่าง ๆ ที่เราค่อย ๆ รับและสะสมไปเรื่อย ๆ จากการดำเนินชีวิตประจำวันรวมทั้งของเสียที่ผลิตออกมาจากเซลล์ร่างกายของเรา หลังจากที่เราได้ใช้พลังงานและประโยชน์จากสารอาหารไปแล้ว  โดยปกติร่างกายคนเราสามารถขับสารพิษออกได้เองในระดับหนึ่ง แต่หากมีมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดออกไปได้ หรือสภาวะของร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงพอที่จะขับสารพิษได้หมด สารพิษก็จะค่อย ๆ สะสมในร่างกาย และหากสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเนื้อเยื่อ ก็จะเป็นบ่อเกิดของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคของความเสื่อมของอวัยวะในร่างกาย เป็นต้น การล้างพิษออกจากร่างกาย มีหลายวิธี เช่น การขับสารพิษทางปัสสาวะ เช่นการทำ คีเลชั่น โดยให้สารที่จับกับโลหะหนัก เพื่อไปจับกับโลหะหนักในเนื้อเยื่อให้ละลายน้ำและขับออกทางไต ออกมากับปัสสาวะ การขับสารพิษทางอุจจาระ เช่นการสวนล้างลำไส้ใหญ่ หรือ การทำ Colonic โดยใช้น้ำ สมุนไพร หรือกาแฟ สวนผ่านทางทวารหนัก การขับสารพิษทางเหงื่อ เป็นการขับสารพิษที่ง่าย ไม่เจ็บ สบายตัว และเป็นวิธีที่ทางเอเชียปฏิบัติมาเป็นเวลานานแล้ว [...]

คีเลชั่นบำบัด (Chelation)

Tuesday, January 24th, 2012

คีเลชั่นบำบัด เป็นกระบวนการทางการแพทย์เพื่อขจัดโลหะหนักที่ไม่พึงประสงค์ ที่เข้ามาสู่ร่างกายจากหลายสาเหตุ เช่น การอุดฟันด้วยอะมัลกั้ม(amalgum) การทานก๋วยเตี๋ยวที่บัดกรีหม้อด้วยตะกั่ว ทานอาหารทะเลที่มีแหล่งตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งโลหะหนักที่กล่าวมามีคุณสมบัติในการทำลายโครงสร้างโปรตีนของเซลล์ หากว่ามีการทำลายเซลล์มากขึ้นเซลล์จะทำหน้าที่ผิดปกติและจะก่อให้เกิดโรคอื่นๆตามมามากมายเช่น โรคหลอดเลือดตีบแข็ง (atherosclerosis) และโรคนี้เป็นสาเหตุนำมาซึ่งโรคหัวใจและโรคสมองขาดเลือด นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นๆอีกเช่น โรคความจำเสื่อม(อัลไซม์เมอร์) โรคพาร์คินสัน  โรคเด็กออติสติก โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ในการรักษาด้วยวิธีคีเลชั่น คือการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ที่ชื่อว่าอีดีทีเอ(EDTA = Ethylene Diamine Tetra-acetic  Acid )ซึ่งประกอบด้วยกรดอมิโนสองตัวและกรดอะซีติกอีกสี่ตัว  ซึ่งจับกับอ๊อกซิเจนและไนโตรเจนอะตอม   ซึ่งมีคุณสมบัติในการจับกับโลหะหนักเช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู     แคดเมี่ยม  แคลเซี่ยม และโลหะหนักอื่นๆอีกหลายอย่าง โดยขับออกจากร่างกายทางไต (ปัสสาวะ) ฉะนั้นการรักษาโดยกระบวนการคีเลชั่นนอกจากมีประโยชน์เพื่อขจัดโลหะหนักออกจากร่างกายแล้ว  ยังพบว่าคีเลชั่นยังมีผลทำให้ลดการตีบแข็งของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เมื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้นเซลล์ที่ต้องการอ๊อกซิเจนก็จะได้อ๊อกซิเจนเต็มที่ และลดความเสื่อมของเซลล์ ร่างกายก็มีสุขภาพที่ดี เมื่อแพทย์ตรวจหาโลหะหนักจากปัสสาวะ ผม หรือเล็บ หากพบว่ามีค่าโลหะหนักเกินผิดปกติแพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยวิธีคีเลชั่น  ก่อนเริ่มการรักษาด้วยคีเลชั่น แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไตโดยตรวจ BUN, Cr และคำนวณอัตราการกรองของไต (creatinine clearance), ภาวะโลหิตจาง(CBC) [...]

Asia Spa Awards Medi-Spa of the Year 2011

Wednesday, December 7th, 2011

ตรัยยา … สปาแห่งเอเชีย “Asia Spa Awards Medi-Spa of the Year 2011″ The award adds to TRIA  achievements which incluses; The 1st Most comprehensive Integrative Wellness and Medical Institute in Thailand Asia Spa Award 2011 : Medi Spa of the year Asia Spa Award 2008 : Medi Spa of the year Spa Asia crystal 2008 : [...]

Leaky gut: a potentially dangerous but treatable condition

Wednesday, September 7th, 2011

When you suffer from an impaired transit, diarrhea or constipation, bloating, and intestinal cramps, it may be that you suffer from leaky gut. These intestinal symptoms are quite common in the population, i.e. around 30% of all persons suffer from these symptoms, while part of the 30% suffer from invalidating complaints. In medical terms this [...]

Allergy Relief – Naturally!

Thursday, February 10th, 2011

Pain

Wednesday, February 9th, 2011

Click to enlarge

International Child Development Center (ICDC)

Tuesday, December 21st, 2010

12th floor, Piyavate Hospital        Ongoing research and follow-up tests are clearly showing how changes in the environment affect children right the foetus stage to their birth and through their development after that. One important factor influencing children’s health is contaminated food their mothers consume. Such contamination can cause abnormalities in foetuses both before and [...]

Professor Nithi Mahanonda, Secretary of Piyavate Foundation

Thursday, October 28th, 2010

Healthy Weight Reduction

Monday, September 20th, 2010

TRIA offers “A Perfect Hideaway for Total Wellness” package

Thursday, May 27th, 2010

TRIA Integrative Wellness and Medical Institute and Adamas Resort & Spa in cooperation with Citibank, are offering holiday guests at the Adamas Resort & Spa Phuket a ‘A Perfect Hideaway for Total Wellness’ package that includes TRIA’s Signature Weight Loss and Detox programmes. The promotion is available at the Adamas Resort & Spa Phuket until [...]

Pain Management

Monday, May 17th, 2010

Homoeopathy and naturopathy can play a role in helping to manage pain by treating the underlying cause/s, as well as reducing the pain level for the client. Homoeopathic medicine is prescribed to match the client’s individual symptoms of the disorder, and too reduce pain and inflammation. In herbal medicine, we have specific herbs for treating [...]

Lower Back Pain

Monday, May 17th, 2010

Lower back pain is reported by about 80% of people in some point of their life and musculoskeletal conditions such as lower back pain, neck pain and headaches are the most common reasons for hospital consultations (UK Department of Health 2006) and the majority of these cases can be diagnosed and treated by a Chiropractic [...]

Hydrotherapy and Pain Management

Monday, May 17th, 2010

At Tria we have 7 hydrotherapy applications to assist in pain management. Below is a brief description on each and how they can assist in the reduction of pain. Swimming Pool Our outdoor 20M swimming pool is a great place to perform pain relieving therapy. This therapy works because it supports your body weight and [...]

Pain management with TCM

Monday, May 17th, 2010

TRIA offers numerous paths to decreasing the discomfort from pain that you are feeling….. Often medication and surgery fails to alleviate pain due the fact that pain is the result of many different reactions the body has to the source of discomfort.  Integrative Medicine approaches pain from many different angles, taking into account the effect [...]

Aromatherapy for Pain Management

Monday, May 17th, 2010

Aromatherapy The science of aromatherapy is very effective for attaining and maintaining a state of wellness, as Jan Kusmirek has accurately defined aromatherapy, it is “the use of pure essential oils to seek to influence, to change or modify, mind, body or spirit; physiology or mood.” Essential Oils An essential oil is a volatile material [...]